บทที่ 7 7 แค่ครั้งเดียวคงไม่เป็นไร

“ไม่ต้องกลัว... ผมจะพยายามเบาที่สุด” กระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่า ก่อนจะเริ่มขยับตัวตนเข้าหาเธออีกครั้งอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวล ค่อย ๆ พาเธอข้ามผ่านความเจ็บปวดในคราแรก เปลี่ยนมันให้กลายเป็นความหวามไหวที่ทำให้คนใต้ร่างต้องจิกเล็บลงบนบ่าแกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่าน

เครื่องป้องกันชิ้นสุดท้ายถูกใช้ไปจนหมด ทว่าความปรารถนายังคงเอ่อล้นจนยากจะกักเก็บ ภาคินทร์เกิดความลังเลใจอยู่เล็กน้อยที่จะต้องเดินหน้าต่อในเกมรักรอบนี้... เขาควรจะหักห้ามใจแล้วยอมถอยออกมาจากพื้นที่อันตราย หรือจะปล่อยเลยตามเลย ทว่าในวินาทีนั้น สัญชาตญาณดิบกลับอยู่เหนือเหตุผลและความถูกต้องทั้งปวง

“คุณอยู่ในระยะปลอดภัยไหม” เสียงทุ้มพร่ากระซิบถามชิดใบหูใส ขณะที่เรือนกายแกร่งยังคงแช่ค้างและบดเบียดอยู่กับความนุ่มหยุ่น

“หา?” คนใต้ร่างครางประท้วงในลำคอ ดวงตากลมโตปรือปรอยด้วยความอบอวลของบทรักเมื่อครู่ ก่อนจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสมองเริ่มประมวลผลคำถามของเขา

“ถุงหมด... ไม่งั้นคุณอาจจะต้องกินยา” ภาคินทร์บอกเสียงเรียบ นัยน์ตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างเป็นต่อ ทว่าแฝงความดึงดันที่ไม่ยอมถอย

“ถุงหมดก็ควรจะหยุดสิ...” เธอประท้วงอุบอิบ มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกตึงแน่นของเขาไว้เบา ๆ ตามสัญชาตญาณ แต่กลับไร้เรี่ยวแรงจะต้านทาน

“งั้นก็กินยานะคนสวย” กระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนเอาแต่ใจ จบคำขู่แกมบังคับนั้น สะโพกสอบก็เริ่มขับเคลื่อนบดเบียดเข้าหาเธออีกครั้งทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ร่างเล็กได้ปฏิเสธ

เมื่อไร้สิ่งขวางกั้น สัญชาตญาณดิบที่เคยสะกดกลั้นไว้ก็ปะทุออกมาจนยากจะควบคุม สัมผัสเนื้อแนบเนื้อที่ไร้สิ่งใดคั่นกลางทวีความร้อนแรงและลึกซึ้งจนแผดเผาสติของคนทั้งคู่ให้กระเจิดกระเจิง ภาคินทร์เพิ่งรู้ซึ้งในวินาทีนี้เองว่าเขาชื่นชอบความแนบแน่นไร้พันธนาการแบบนี้มากเพียงใด... ต่อให้มันจะเป็นพื้นที่อันตรายที่พร้อมจะแว้งกัดเขาในภายหลัง ทว่าความสุขสมที่ลึกล้ำเกินบรรยายตรงหน้า ก็คุ้มค่าพอที่เขาจะยอมแลกทุกอย่าง

เสียงแผดร้องของนาฬิกาปลุกที่ตั้งเวลาไว้สำหรับไปเรียนตอนเช้า ดึงรั้งสติที่จมดิ่งให้ตื่นจากความฝันกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ทว่าทันทีที่ขยับตัว ความปวดร้าวระบมก็แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายจนต้องนิ่วหน้า ร่างเล็กสะบักสะบอมเสียจนแทบขยับตัวลำบาก แถมยังรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนัก ๆ ทับตรึงร่างเธอไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ตามใจชอบ

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มพร่าชวนใจสั่นที่ดังขึ้นชิดใบหู ทำให้เธอได้รู้ว่า... ก้อนหินหนักอึ้งที่ว่านั้นคือ 'ก้อนเนื้ออุ่น ๆ ที่มีชีวิต' แถมเขายังกอดก่ายทับร่างเธอไว้ทั้งตัว!

วินาทีนั้น ภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนลึกซึ้งเมื่อค่ำคืนพลันแล่นวาบเข้ามาในหัวดั่งม้วนฟิล์มที่ฉายซ้ำ ดวงตาสวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเมื่อรู้ซึ้งแล้วว่า... เธอได้สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปแล้วจริง ๆ

เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กพยายามขยับตัวหนี ชายหนุ่มจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม แถมยังแกล้งซุกหน้าลงกับซอกคอขาว สูดดมความหอมละมุนยามเช้าอย่างเอาแต่ใจ

“คะ...คุณ ลุกออกไปจากตัวฉันก่อน มันหนัก”

“เอ้า จะลุกหนีไปไหน” เขาทักท้วงด้วยน้ำเสียงติดตลกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำท่าจะดิ้นรนลงจากเตียงนุ่ม

“ฉันจะกลับ” เธอตอบ พลางคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันรอบกายอย่างลนลาน ก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น

“ผมยังไม่ได้จ่ายเงินคุณเลยนะ”

“.......” ร่างเล็กชะงักกึก

“ผมไม่มีเงินสด... สแกนจ่ายหรือจะให้โอนเข้าบัญชีล่ะ”

“ไม่ต้อง ฉันไม่ได้อยากได้เงินคุณ”

“เอ้า แล้วต้องการอะไร... แค่สนุกงั้นเหรอ” ภาคินทร์เลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบและเย็นชาขึ้นมาทันที

“อืม... คิดแบบนั้นก็ได้”

“คุณชื่ออะไร พอจะบอกได้ไหม”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” อังคณาตัดบทพลางหมุนตัวตั้งท่าจะเดินหนี ทว่ากลับถูกมือหนาคว้าข้อมือบางเอาไว้เสียก่อน พร้อมกับยื่นเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของตัวเองมาให้

“สวมนี่ทับไว้สิ... คุณคงไม่อยากให้ใครเห็นรอยพวกนั้นหรอกใช่ไหม”

รอย? หญิงสาวก้มลงมองตามสายตาเขา ก่อนจะพบรอยรักสีแดงระเรื่อเด่นหราอยู่บนเนินอกนุ่ม ชุดเดรสสายเดี่ยวตัวสั้นของเธอปิดมันไม่มิดเลยสักนิด วินาทีนั้นอังคณารู้สึกหน้าร้อนผ่าว ปนเจ็บใจที่ถูกชายแปลกหน้ากวนประสาทและตอกย้ำถึงบทรักอันเร่าร้อนเมื่อค่ำคืน เมื่อเห็นว่าร่องรอยสีกุหลาบมันเด่นชัดเกินกว่าจะปกปิดได้ นัยน์ตาคู่สวยจึงตวัดมองคนตัวโตอย่างขุ่นเคืองและคาดโทษ

“ผมขอโทษ...” ภาคินทร์เอ่ยพลางเลิกคิ้ว นัยน์ตาคมเข้มทอดมองมาอย่างกรุ้มกริ่มและเป็นต่อ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก “เมื่อคืนสนุกมากไปหน่อย... เลยไม่ทันระวัง”

เธอไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป ยอมยื่นมือไปรับเสื้อของเขามาสวมทับแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ภาคินทร์มองตามด้วยความรู้สึกเสียดายและค้างคาใจ เขาอยากเจอเธออีกครั้ง แต่แม่คุณคนสวยไม่ยอมเปิดเผยตัวตนให้เขาได้รู้สึกเลยแม้แต่นิดเดียว

ทันทีที่กลับถึงห้องพัก สิ่งแรกที่เธอทำคือการพาตัวเองเข้าไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำให้สะอาดหมดจด อย่างน้อยก็โชคดีที่เธอกลับมาถึงก่อนครอบครัวจะมาถึง ทว่าเมื่อความวุ่นวายรอบตัวเงียบลง และได้อยู่กับตัวเอง ความจริงที่เพิ่งผ่านมาก็เริ่มกัดกินหัวใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป